บทความ - รับทําเว็บไซต์ Joomla , รับออกแบบเว็บไซต์

-

บทความสาระความรู้สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซด์ด้วย  Html5 , Css3 , Jquary  , wordpress , joomla , seo และ ข่าวสารเกี่ยวกับวงการเว็บไซด์จากทั่วทุกมุมโลก

ทำความรู้จักกับ  K2  - Joomla Extension

ทำความรู้จักกับ K2 - Joomla Extension

K2 คือ โปรแกรมเสริมหรือ Component ของ Cms joomla โดยคุณสมบัติของโปรแกรม K2 นั้นลักษณะคล้าย ๆ ระบบ Content Article มาตรฐานที่ joomla ติดตั้งมาให้ แต่เจ้าตัว K2 นี้ มีความเหนือกว่าๆ Article หลายอย่าง จนทำให้นักพัฒนาเว็บไซต์ joomla หันมาใช้งาน k2 เป็นจำนวนมาก

เทคนิคการปรับเว็บไซต์ให้เน้น Seo Onpage ด้วย Plugin Seo Doctor

เทคนิคการปรับเว็บไซต์ให้เน้น Seo Onpage ด้วย Plugin Seo Doctor

Seo Onpage อธิบายสั้นๆ คือ การปรับโครงสร้างของเว็บไซต์ให้เหมาะแก่การเก็บข้อมูลของ Search Engine ต่างๆ ซึ่ง Seo Onpage เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำ SEO เท่านั้น

จุดประสงค์เพื่อให้เว็บไซต์ของเราสามารถทำอันดับให้ได้ดีขึ้นใน Search Engine ได้แก่ google , yahoo และ bing แน่นอนการทำ Seo Onpage เป็นสิ่งจำเป็น และ ถ้าเว็บของเรายังสนใจที่จะทำอันดับบน google อยู่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำ seo onpage วันนี้จะมาแนะนำเครื่องมือที่ดีในการเช็คค่าพื้นฐานของ Seo Onpage ในเบื้องต้น ด้วย Plugin Seo Doctor เครื่องมือของ Firefox ซึ่ง Plugin Seo Doctor สามารถเช็คค่า seo onpage ของเว็บไซต์ได้แค่ส่วนพื้นฐานขั้นต้นเท่านั้น

ทำไมใส่โค็ด Youtube ใน joomla ไม่ได้  เคยสงสัยมั้ย ?

ทำไมใส่โค็ด Youtube ใน joomla ไม่ได้ เคยสงสัยมั้ย ?

เคยเป็นมั้ยเวลาที่เราอยากเอาโค็ด Video จาก youtube มาติดที่เว็บไซต์ joomla ของเราแล้ว วิดีโอไม่แสดง !!

Youtube.com มันจะมีส่วนของการแชร์ ที่เราสามารถเอาวิดีโอของ youtube ไปติดที่ไหนก็ได้ โดยนำโค็ดจากการส่วนการฝัง (Embed) ซึ่งจะเป็นโค็ด Html iframe ที่เขาให้มาติดหน้าเว็บ แต่พอนำโค็ด iframe จาก youtube มาวางใน Editor ของ joomla โค็ด iframe กลับหายไป ซึ่งสาเหตุมันมาจากที่ Joomla เองมันไม่อนุญาตให้เอา iframe มาติดใน editor ได้ ดังนั้นทางที่เราจะสามารถติด Video Youtube ได้ตามหลักต้องใช้ Plugin มาติดตั้งเสริม เช่น AllVideos ซึ่งเป็นวิธีที่ดี

องค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์  ในปัจจุบัน (2013)

องค์ประกอบสำคัญของเว็บไซต์ ในปัจจุบัน (2013)

เว็บไซต์ในปัจจุบัน ยังคงเป็นเครื่องมือการตลาดที่ทรงพลังที่สุดในโลกของ Internet โดยเฉพาะ เว็บไซต์สังคมแนว Socail Network อย่าง facebook และ twitter ที่เข้ามามีบทบาทในด้าน e-commerc มากขึ้น เว็บไซต์ถูกสร้างขึ้นมายในระบบ มากขึ้นเรื่อยๆ ไอเดียต่างๆ ที่นักออกแบบเว็บไซต์ใส่เข้าไปนั้น นับวันยิ่งพัฒนามากขึ้น รูปร่างหน้าตาแปลกตามากยิ่งขึ้น ถึงเว็บไซต์จะมีพัฒนาหน้าตายังไง แต่ส่วนประกอบขั้น basic ที่ต้องมีนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง ส่วนไหนต้องมี ส่วนไหนไม่ค่อยนิยม สำหรับให้นักออกแบบเว็บไซต์ และ ผู้สนใจ ได้ศึกษา

สั้นๆ เกี่ยวกับ Adobe Illustrator + Photoshop สำหรับงานออกแบบเว็บไซต์

สั้นๆ เกี่ยวกับ Adobe Illustrator + Photoshop สำหรับงานออกแบบเว็บไซต์

Illustrator

ใช้สำหรับสร้างโลโก้ หรือ ไอคอน ที่ต้องการความละเอียด หรือ เอาไปใช้งานอื่นๆ นอกเหนือจากงานในเว็บไซต์ เช่น ป้าย , ไวนิล , สติ๊กเกอร์ เพราะ Illustrator จะมีฟังชั่นในการวาดภาพ ลายเส้น ที่เหนือกว่า Photoshop และ สามารถทำรูปให้ออกแบบมาในลักษณะ vector ที่มีความละเอียดสูงสุดได้

Photoshop

Photoshop คือ เครื่องมือตัวหลักสำหรับการออกแบบเว็บไซต์ ทั้งการจัด layout กำหนดขนาด, การออกแบบ , การรีทัชรูปภาพ, และ การตัดออกมาเป็นชิ้นๆ เพื่อนำไปประกอบเป็นเว็บไซต์ แถม Photoshop นั้นยังมี plugin เสริมต่างๆ ที่ช่วยในการสร้างเว็บไซต์ให้ง่ายขึ้นมากมายอีกด้วย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ขาดไม่ได้สำหรับนักออกแบบเว็บไซต์

สั้นๆ เกี่ยวกับ Java Script และ การออกแบบเว็บไซต์

สั้นๆ เกี่ยวกับ Java Script และ การออกแบบเว็บไซต์

คือ ภาษาประมวลผล ที่แตกต่างจากภาษา html และ css ที่ใช้แค่เพียงแสดงผล Java Script จะประมวลผลในหน้าเว็บได้เลย ไม่เหมือนกับ php ที่ประมวลผลใน Server โดยในการจัดทำเว็บไซต์ java Script จะนำมาเพิ่มลูกเล่นที่ Css ไม่สามารถทำได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการทำงาน แบบ Dynamic หรือ ทำให้เว็บมีการเคลื่อนๆ ไหว เช่น สไลด์โชว์ เพื่อให้เว็บไซต์ดูมิติมากยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันส่วนใหญ่นักออกแบบเว็บไซต์จะหันไปใช้ Framework ของ Java Script แทน เช่น Jquary ซึ่งจะประหยัดเวลามาก ในการเขียน และ ใช้งานได้ง่ายมาก หรือ จะหา Plugin ต่างๆ ที่มีคนเขียนขึ้นมาแจกก็ได้ เพราะรวดเร็วกว่ามาก และ มีให้เลือกใช้มากมาย

Html5 + Css3 ภาษาใหม่ในการพัฒนาเว็บไซต์

Html5 + Css3 ภาษาใหม่ในการพัฒนาเว็บไซต์

หลังจากขั้นตอนการออกแบบเว็บด้วย photoshop จนสวยงาม และ ตัดรูปต่างๆ เพื่อใช้ประกอบแล้ว ต่อไปจะเป็นการวางโครงสร้างของ html หรือ เรียกว่าการวางโค็ด Mark Up ซึ่งเป็นส่วนที่แสดงผลในหน้าเว็บ และ เป็นส่วนที่ Search Engine เช่น google จะเก็บข้อมูลไปประมวลผล Html

การดู Module Position ใน joomla 3.0

การดู Module Position ใน joomla 3.0

Module Position คือ ตำแหน่งที่เราสามารถเอาเนื้อหาต่างๆ ที่ต้องการไปวางได้ โดย Template แต่ละแบบก็จะจัดตำแหน่งการวางไว้แตกต่างกัน แล้วแต่คนที่เขาออกแบบ

ติดต่อเรา

นอกเวลาทำงานติดต่อได้ทางอีเมล์นะครับ

ติดตามบทความ